ป่าไม้


download fileacrobat_filepolobo pamai

กฎหมายว่าด้วยป่าไม้
โดย พันตำรวจโท สมศักดิ์ ตังคณาพร

          คำนิยามศัพท์

                   ๑.“ป่า”  หมายความว่า         ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน

                   ๒.“ไม้”  หมายความว่า  ไม้สักและไม้อื่นทุกชนิดที่เป็นต้น  เป็นกอ  เป็นเถา รวมตลอดถึงไม้ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร  ไม้ไผ่ทุกชนิด  ปาล์ม  หวาย  ตลอดจนราก  ปุ่ม  ตอ  เศษ  ปลาย  และกิ่งของสิ่งนั้น ๆ  ไม่ว่าจะถูกตัด  ทอน  เลื่อย  ผ่า  ถาก  ขุด  หรือกระทำโดยประการอื่นใด

                   ๓.“แปรรูป”  หมายความว่า  การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่ไม้  ดังนี้  คือ

                             ก.เลื่อย  ผ่า  ถาก  ขุด  หรือกระทำด้วยประการอื่นใดแก่ไม้ให้เปลี่ยนรูปหรือขนาดไปจากเดิม  นอกจากการลอกเปลือกหรือตบแต่งอันจำเป็นแก่การชักลาก

                             ข. เผา  อบ  บด  หรือกระทำด้วยประการอื่นใดแก่ไม้ให้เปลี่ยนแปรสภาพไปจากเดิมเพื่อถือเอาวัตถุธาตุหรือผลพลอยได้จากไม้นั้น

                   ๔“ไม้แปรรูป”  หมายความว่า  ไม้ที่ได้แปรรูปแล้ว  และหมายความรวมถึงไม้ที่อยู่ในสภาพพรางว่าเป็นสิ่งปลูกสร้าง  หรืออยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างอันไม่ชอบด้วยลักษณะสิ่งปลูกสร้างทั่ว ๆ  ไปหรือที่ผิดปกติวิสัย  หรืออยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้ที่ไม่ชอบด้วยลักษณะของเครื่องใช้ที่ใช้เป็นปกติในท้องที่นั้นหรือที่ผิดปกติวิสัย

                   ไม้ที่อยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรืออยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้  ทั้งนี้ตลอดเวลาที่อยู่ในสภาพเช่นนั้น  รวมทั้งไม้ที่เคยอยู่ในสภาพดังกล่าวและผู้ครอบครองพิสูจน์ได้ว่าได้เคยมีสภาพเช่นนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีสำหรับไม้อื่นที่มิใช่ไม้สัก  และห้าปีสำหรับไม้สัก  มิให้ถือว่าเป็นไม้แปรรูป

                   .“ทำไม้”  หมายความว่า  ตัด  ฟัน  กาน  โค่น  ลิด  เลื่อย  ผ่า  ถาก  ทอน  ขุด  ชักลากไม้ในป่า  หรือนำไม้ออกจากป่าด้วยประการใด ๆ  และหมายความรวมถึงการกระทำดังกล่าวกับไม้สักหรือไม้ยางที่ขึ้นอยู่ในที่ดินที่มิใช่ป่า  หรือการนำไม้สักหรือไม้ยางออกจากที่ดินที่ไม้นั้น ๆ  ขึ้นอยู่ด้วย

                   ๖.“ไม้ไหลลอย”  หมายความว่า  ไม้ต้น  ไม้ซุง  ไม้ท่อน  ไม้เสา  ไม้เข็ม  ไม้หลัก  ไม้เหลี่ยม  ไม้กระดาน  ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม  ที่ได้ไหลลอยโดยปราศจากการควบคุม    

                   ๗.“ของป่า”  หมายความว่า  บรรดาของที่เกิดหรือมีขึ้นในป่าตามธรรมชาติ  คือ

                             ก.ไม้  รวมทั้งส่วนต่าง ๆ  ของไม้  ถ่านไม้  น้ำมันไม้  ยางไม้  ตลอดจนสิ่งอื่น ๆ  ที่เกิดจากไม้

                             ข.พืชต่าง ๆ  ตลอดจนสิ่งอื่น ๆ  ที่เกิดจากพืชนั้น

                             ค.รังนก  ครั่ง  รวงผึ้ง  น้ำผึ้ง  ขี้ผึ้ง  และมูลค้างคาว

                             ง.หินที่ไม่ใช่แร่  ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ และหมายความรวมถึงถ่านไม้ที่บุคคลทำขึ้นด้วย

                   .“ไม้ฟืน”  หมายความว่า  บรรดาไม้ที่มีลักษณะและคุณภาพเหมาะสมที่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงยิ่งกว่าจะใช้ประโยชน์อย่างอื่น

                   ๙.“ชักลาก”  หมายความว่า  การนำไม้หรือของป่าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งด้วยกำลังแรงงาน

                    ๑๐.“นำเคลื่อนที่”  หมายความว่า  ชักลากหรือทำให้ไม้หรือของป่าเคลื่อนจากที่ไปด้วยประการใด ๆ

                   ๑๑.“ขนาดจำกัด”  หมายความว่า  ขนาดของต้นไม้ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

                   ๑๒.“ค่าภาคหลวง”  หมายความว่า  เงินค่าธรรมเนียมซึ่งผู้ทำไม้หรือเก็บหาของป่าจะต้องเสียตามความในพระราชบัญญัตินี้

                    ๑๓.“โรงงานแปรรูปไม้”  หมายความว่า  โรงงานหรือสถานที่ใดซึ่งจัดขึ้นไว้เป็นที่ทำการแปรรูปไม้ รวมถึงบริเวณโรงงานหรือสถานที่นั้น ๆ  ด้วย

                   ๑๔.“โรงค้าไม้แปรรูป” หมายความว่า สถานที่ที่ค้าไม้แปรรูป  หรือที่มีไม้แปรรูปไว้เพื่อการค้า  รวมถึงบริเวณสถานที่นั้น ๆ  ด้วย

                    ๑๕.“ตราประทับไม้”  หมายความว่า  วัตถุใดอันประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้เกิดเป็นรูปรอยหรือเครื่องหมายใด ๆ  นอกจากรูปรอยที่เป็นตัวเลข  ไว้ที่ไม้ซึ่งอยู่ภายใต้ความควบคุมแห่งพระราชบัญญัตินี้

          การทำไม้และเก็บหาของป่า   

          ๑ ตามกฎหมายป่าไม้ได้กำหนดไม้หวงห้ามมี ๒ ประเภท  คือ

                   ประเภท ก ไม้หวงห้ามธรรมดา  ได้แก่  ไม้ซึ่งการทำไม้จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่  หรือได้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้

                   ประเภท ข ไม้หวงห้ามพิเศษ  ได้แก่  ไม้หายากหรือไม้ที่ควรสงวนซึ่งไม่อนุญาตให้ทำไม้  เว้นแต่รัฐมนตรีจะได้อนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ไม้หวงห้ามประเภท  ก  ได้แก่  ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่  ณ  ที่ใด  แม้ว่าจะขึ้นอยู่ในที่ดินของเอกชนก็ตาม  สำหรับไม้อื่น ๆ  นั้น  การจะกำหนดให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใด  จะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา รวมทั้งการเพิ่มเติมหรือเพิกถอนชนิดไม้หรือเปลี่ยนแปลงประเภทไม้หวงห้ามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้  หรือจะกำหนดไม้ชนิดใดเป็นไม้หวงห้ามประเภทใดขึ้นในท้องที่ใด นอกท้องที่ที่ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้แล้วก็ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเช่นเดียวกัน

          ๒. การทำไม้หวงห้าม  การทำไม้ซึ่งหมายถึงการตัด ฟัน กาน โค่น ลิด เลื่อย ผ่า ถาก ทอน  ขุดไม้หวงห้ามในป่าหรือที่ขึ้นอยู่ในที่ดินที่มิใช่ป่า (สำหรับไม้สักและไม้ยาง)  ชักลากไม้หวงห้ามในป่า หรือนำไม้หวงห้ามออกจากป่าหรือในที่ดินที่มิใช่ป่า (สำหรับไม้สักและไม้ยาง) หรือการเจาะ  หรือสับ  หรือเผา  หรือทำอันตรายด้วยประการใด ๆ  แก่ไม้หวงห้าม  จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่  หรือได้รับสัมปทาน  รวมทั้งการที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในการอนุญาต  ซึ่งในการอนุญาตให้ทำไม้นั้น  จะอนุญาตให้ผูกขาดก็ได้  แต่การอนุญาตผูกขาดหรือให้สัมปทานการทำไม้ฟืนหรือไม้เผาถ่านให้ทำได้เฉพาะในป่าที่ห่างไกลและกันดาร  หรือเฉพาะการทำไม้ชนิดมีค่าหรือหายาก  สำหรับการนำเครื่องมือ  เครื่องใช้  สัตว์พาหนะ  ยานพาหนะ  หรือเครื่องจักรที่ไม่ใช่ของผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้ได้รับสัมปทานเข้าไปในป่าที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับสัมปทานจะต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ  และในการทำไม้จะต้องทำไม้ที่มีรอยตราอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ประทับไว้  เว้นแต่จะมีข้อความระบุไว้ในใบอนุญาต  และการทำไม้ต้องทำไม้ตามขนาดของต้นไม้   หรือที่เรียกว่าขนาดจำกัดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด การทำไม้ต่ำกว่าขนาดจำกัดต้องได้รับอนุญาตและมีการประทับตราอนุญาตแล้ว  เว้นแต่ใบอนุญาตระบุให้ทำได้โดยไม่ต้องประทับตรา  และการทำไม้ต้องเสียค่าภาคหลวงตามที่กำหนด

        ๓. ส่วนการทำไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้ามนั้น  จะต้องเสียค่าธรรมเนียมกรณีนำไม้เข้าเขตด่านป่าไม้ตามอัตราที่รัฐมนตรีกำหนด  เว้นแต่เป็นกรณีนำไม้เพื่อไปใช้สอยส่วนตัวภายในเขตจังหวัดที่มีการทำไม้นั้น  แต่อย่างไรก็ตาม  หากมีการนำไม้เข้าเขตด่านป่าไม้หลายด่าน  จะเสียค่าธรรมเนียมเฉพาะด่านแรกเท่านั้น 

          ๔. การเก็บหาของป่า  คำว่า  “ของป่า”  หมายความว่า  บรรดาของที่เกิดขึ้นหรือมีขึ้นในป่าตามธรรมชาติ  คือ

                    ก. ไม้  รวมทั้งส่วนต่าง ๆ  ของไม้  ถ่านไม้  น้ำมันไม้  ยางไม้  ตลอดจนสิ่งอื่น ๆ  ที่เกิดจากไม้

                    ข. พืชต่างๆ  ตลอดจนสิ่งอื่นๆ  ที่เกิดจากพืชนั้น

                    ค. รังนก  ครั่ง  รวงผึ้ง  น้ำผึ้ง  ขี้ผึ้ง  และมูลค้างคาว

                    ง. หินที่ไม่ใช่แร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่  และหมายความรวมถึงถ่านไม้ที่บุคคลทำขึ้นด้วย      

          การที่จะกำหนดให้ของป่าอย่างใดในท้องที่ใดเป็นของป่าหวงห้ามนั้น  จะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา  ซึ่งรวมทั้งการเพิ่มเติมหรือเพิกถอนของป่าหวงห้ามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้  หรือจะกำหนดของป่าอย่างใดให้เป็นของป่าหวงห้ามขึ้นในท้องที่ใด  นอกท้องที่ที่ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้แล้วก็ต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเช่นเดียวกัน  การเก็บหาของป่าหวงห้ามหรือทำอันตรายแก่ของป่าหวงห้ามในป่า  ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่  และต้องเสียค่าภาคหลวง  การอนุญาตนั้นจะอนุญาตให้ผูกขาดและเสียค่าผูกขาดตามที่กำหนด  และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงหรือในการอนุญาต  แต่การอนุญาตผูกขาดให้ทำได้เฉพาะในเขตป่าที่ห่างไกลและกันดาร  หรือมีความจำเป็นในวิธีการเก็บหาซึ่งจำเป็นต้องให้อนุญาตโดยวิธีผูกขาด  การค้าหรือมีของป่าหวงห้ามไว้ในครอบครองนั้น  ห้ามมิให้เกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา  เว้นจะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่  และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงและในการอนุญาต 

ในกรณีนี้ไม่ใช้บังคับแก่การนำของป่าหวงห้ามเคลื่อนที่ที่มีใบเบิกทางกำกับไปด้วย  แต่ในการเก็บรวงผึ้งนั้น  ถ้าในท้องที่ใดมีการกำหนดให้รวงผึ้งเป็นของป่าหวงห้ามแล้ว  กฎหมายจะห้ามมิให้ทำการตัดหรือโค่นต้นรวงผึ้งหรือต้นไม้ที่ผึ้งจับทำรัง  หรือทำอันตรายแก่ต้นไม้นั้นโดยไม่จำเป็นแก่การเก็บหารวงผึ้ง  แม้ว่าจะเป็นผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้รับสัมปทานก็ตาม 

          ตราประทับไม้

          ๑. ตราประทับไม้หมายความว่า  วัตถุใดอันประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้เกิดเป็นรูปรอยหรือเครื่องหมายใดๆ  นอกจากรูปรอยที่เป็นตัวเลขไว้ที่ไม้  ซึ่งอยู่ภายใต้ความควบคุมแห่งกฎหมายป่าไม้นั้น  แบ่งออกเป็น  ๒  ประเภท  ดังนี้

                   ๑.  ตราประทับไม้ของรัฐบาล

                   ๒.  ตราประทับไม้ของเอกชน

          ๒. ตราประทับไม้ของรัฐบาลนั้นจะใช้ประทับเพื่อความหมายใด  ให้มีลักษณะอย่างใด  รัฐมนตรีจะต้องประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

          ๓. ตราประทับไม้ของเอกชนนั้นจะใช้ประทับไม้ได้ต่อเมื่อเจ้าของตราประทับไม้ได้มานำจดทะเบียนและได้รับอนุญาต  ตามเงื่อนไขที่กำหนด ในกฎกระทรวง  ซึ่งต้องชำระค่าธรรมเนียมในการอนุญาตด้วย  และหากใบอนุญาตสิ้นสุดลง  กฎหมายกำหนดให้เจ้าของตราประทับไม้  หรือผู้ครอบครองตราประทับไม้จะต้องทำลายตราประทับไม้ต่อหน้าของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดเก้าสิบวัน  นับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด  เว้นแต่กรณีที่ผู้รับอนุญาตตาย  หากทายาทหรือผู้จัดการมรดกมีความประสงค์จะใช้ตราประทับไม้นั้นต่อไปก็จะต้องยื่นคำขออนุญาตใช้ตราประทับไม้นั้น  พร้อมกับขอแก้ทะเบียนภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นสุด  ถ้าตราประทับไม้สูญหาย  เจ้าของตราประทับไม้จะต้องแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นหนังสือภายในกำหนดเวลาไม่เกินหกสิบวัน  นับแต่วันที่รู้ถึงการสูญหาย  และในกรณีที่มีการ

ฝ่าฝืนกฎหมาย  โดยไม้มีรอยตราประทับไม้  กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของตราประทับไม้นั้นเป็นผู้กระทำการฝ่าฝืน

          การนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ 

          ๑. คำว่า  “นำเคลื่อนที่”  หมายความว่า  ชักลาก  หรือทำให้ไม้หรือของป่าเคลื่อนจากที่ไปด้วยประการใด ๆ  การนำไม้หรือของป่าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งจะต้องมีใบเบิกทางจากพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  ทั้งนี้   กฎหมายห้ามมิให้นำเคลื่อนที่ผ่านด่านป่าไม้ในระหว่าง                         

เวลานับแต่พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่  ซึ่งการนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่จะต้องเป็นกรณีดังต่อไปนี้

                    ๑.นำไม้หรือของป่าที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำหรือเก็บออกจากสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาตไปถึงสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

                   ๒.นำไม้ที่ทำโดยไม่ต้องรับอนุญาตออกไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรก

                   .นำไม้หรือของป่าเข้ามาในราชอาณาจักรไปถึงด่านศุลกากรหรือด่านตรวจศุลกากรที่นำเข้ามาแล้ว
๔.นำไม้หรือของป่าที่รับซื้อจากทางราชการป่าไม้  ไปจากที่ที่ไม้หรือของป่านั้นอยู่

          สำหรับกรณีไม้ที่จะนำเคลื่อนที่เป็นไม้แปรรูป  ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานไม้แปรรูป  หรือผู้รับอนุญาตตั้งโรงค้าไม้แปรรูป  อาจเป็นผู้ออกหนังสือกำกับไม้แปรรูปซึ่งถือเสมือนว่าเป็นใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่  เมื่ออธิบดีกรมป่าไม้สั่งอนุญาตให้เป็นผู้ออกหนังสือดังกล่าว  โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด  แต่ในกรณีนำไม้สักที่เคยอยู่ในสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือเป็นเครื่องใช้และพ้นจากสภาพดังกล่าวมาแล้วห้าปี  เคลื่อนที่ออกนอกเขตจังหวัดที่เป็นอยู่ต้องได้รับอนุญาตด้วย  แต่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

          ๒.  การควบคุมไม้ในลำน้ำ  คำว่า  “ไม้ไหลลอย”  หมายความว่า  ไม้ต้น  ไม้ซุง  ไม้ท่อน ไม้เสา  ไม้เข็ม  ไม้หลัก  ไม้เหลี่ยม  ไม้กระดาน  ซึ่งเป็นไม้หวงห้าม  ที่ได้ไหลลอยโดยปราศจากการควบคุม  การควบคุมไม้ในลำน้ำซึ่งเป็นไม้ที่ไหลลอยโดยปราศจากการควบคุม  รัฐมนตรีจะต้องมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตควบคุมไม้ในลำน้ำ  ซึ่งภายในเขตที่มีการประกาศกำหนดดังกล่าว  กฎหมายจะห้ามมิให้ผู้ที่มิใช่เจ้าของไม้หรือที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของไม้เก็บไม้ที่ไหลลอยมาตามลำน้ำนั้น  เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่  การเก็บและรักษาไม้ไหลลอย  ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องเก็บและรักษาไม้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

          การควบคุมการแปรรูปไม้

            ในการควบคุมการแปรรูปไม้ รัฐมนตรีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดท้องที่ให้เป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้  ซึ่งเมื่อมีการประกาศเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้แล้ว  กฎหมายได้กำหนดห้ามมิให้การแปรรูปไม้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้  ตั้งโรงค้าแปรรูปไม้  มีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองไม่ว่าจะมีจำนวนเท่าใดก็ตาม  หรือหากเป็นไม้ประเภทอื่นต้องไม่เกิน  ๐.๐๒  ลูกบาศก์เมตร  เว้นแต่จะได้อนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่  และต้องปฏิบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  นอกจากนี้ยังควบคุมถึงการกระทำแก่ไม้ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรด้วย  แต่อย่างไรก็ดี  การควบคุมไม้แปรรูปดังกล่าวจะไม่ควบคุมถึง

          ๑.การกระทำเพียงเลื่อย ตัด ลิด  ขุด  หรือถากซ้อมไม้  เพื่อทำเป็นท่อนซุง  ไม้เหลี่ยมโกลนมาดเรือโกลน  เสาถาก  หรือหมอนรถ  หรือเพื่อทำไม้ฟืน  หรือทำไม้เผาถ่าน  หรือเลื่อยผ่าเพื่อความจำเป็นในการชักลาก  ทั้งนี้        ได้มีการระบุไว้ในใบอนุญาตแล้ว  และต้องเป็นการกระทำก่อนนำไม้เคลื่อนที่จากบริเวณตอไม้

          ๒.การแปรรูปไม้ที่แปรรูปมาแล้วจากไม้ซุงหรือไม้ท่อนที่มิใช่เพื่อการค้า

          .การมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองที่มิใช่เพื่อการค้า โดยมีหลักฐานแสดงว่าได้ไม้นั้นมาโดยชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยป่าไม้

          .การแปรรูปไม้หรือมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองที่มิใช่ไม้หวงห้าม

          .การแปรรูปไม้โดยใช้แรงงานคนที่มิใช่เพื่อการค้า  จากไม้หวงห้ามที่ยังมิได้แปรรูป  โดยมีหลักฐานแสดงว่าได้ไม้นั้นมาโดยชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยป่าไม้

        การแปรรูปไม้จะทำได้ในระหว่างเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเท่านั้น  แต่ถ้าจะทำการแปรรูปไม้ในระหว่างระยะเวลาพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น  จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน

          สำหรับการนำไม้มาประดิษฐ์เครื่องใช้ หรือสิ่งอื่น ๆ  นั้น  รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดเขตควบคุมสิ่งประดิษฐ์เช่นเดียวกับการทำไม้แปรรูป  การค้า  การมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้า ซึ่งสิ่งประดิษฐ์เครื่องใช้  หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้หวงห้ามที่มีชนิดไม้  ขนาดหรือปริมาณที่เกินกำหนดจะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่  และเมื่อได้มีการยื่นคำขออนุญาตแล้ว  ก็สามารถทำการค้าหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสิ่งประดิษฐ์  เครื่องใช้  หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้หวงห้ามได้  จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตตามคำขอ                                          

          การแผ้วถางป่า

          การก่อสร้าง  แผ้วถาง  เผาป่า  หรือกระทำด้วยประการใด ๆ  อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือ หรือครอบครองป่าไม้จะเพื่อตนเองหรือผู้อื่นก็ตาม จะกระทำได้เฉพาะภายในเขตที่ได้จำแนกไว้เป็นประเภทเกษตรกรรมที่รัฐมนตรีได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  หรือได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง  และหากมีการครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยไม่ชอบ  กฎหมายให้สันนิษฐานว่าผู้ครอบครองเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น

          การสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัมปทานและการสิ้นสุดของสัมปทาน 

          การสิ้นสุดของสัมปทานนั้นมีหลายกรณีด้วยกัน  โดยอาจสิ้นสุดลงตามอายุของสัมปทาน หรือตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัมปทาน  หรือตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย หรือสิ้นสุดลงเนื่องจากทางราชการใช้สิทธิเพิกถอนสัมปทานเพราะเหตุที่ผู้รับสัมปทานไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่กำหนดในสัมปทาน  หรือสิ้นสุดลงเมื่อพื้นที่สัมปทานอยู่ในเขตที่กำหนดให้เป็น

          ๑. อุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ  หรือ

        ๒. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

หรือในกรณีที่รัฐมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ป่าในเขตสัมปทานเพื่อทำการสร้างเขื่อนชลประทาน เขื่อนพลังน้ำ  หรือป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ  หรือความมั่นคง หรือรักษาความสมดุลของสภาพแวดล้อม หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่น สัมปทานอาจสิ้นสุดลงได้ ซึ่งในกรณีนี้รัฐมนตรีโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการ  ดังนี้

          ๑. ให้สัมปทานที่มีพื้นที่สัมปทานทับพื้นที่ที่รัฐต้องการใช้ประโยชน์สิ้นสุดลงทั้งแปลง

          . ให้ผู้รับสัมปทานหยุดกระทำกิจการที่ได้รับสัมปทานตามระยะเวลาที่เห็นสมควร

          ๓. ตัดเขตพื้นที่ที่รัฐต้องการใช้ประโยชน์ออกจากพื้นที่สัมปทาน   

การที่สัมปทานสิ้นสุดลงด้วยเหตุดังกล่าวแล้ว  ผู้รับสัมปทานมีสิทธิได้รับเงินชดเชยความเสียหายจากรัฐตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกำหนด  แต่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนหรือเงินชดเชยเพื่อความเสียหายอย่างอื่นไม่ได้  และหากไม่พอใจเงินชดเชยความเสียหายผู้รับสัมปทานมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้  ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง  และถ้ายังไม่พอใจคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีอีก  หรือรัฐมนตรีไม่วินิจฉัยภายในเวลาที่กำหนด  ก็ให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่แจ้งคำวินิจฉัยจากรัฐมนตรีหรือวันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว  สำหรับสิทธิในไม้และของป่าที่อยู่ในพื้นที่สัมปทาน  และไม้ที่ยังไม่มีการเสียค่าภาคหลวงไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่สัมปทานหรือไม่ก็ตาม  ย่อมตกเป็นของแผ่นดิน  เว้นแต่ผู้รับสัมปทานจะพิสูจน์ได้ว่าได้ทำไม้หรือเก็บหาของป่าโดยชอบด้วยกฎหมาย  โดยต้องยื่นคำขอต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รับหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเหตุของการสิ้นสุดสัมปทาน  และหากไม่พอใจคำสั่งของรัฐมนตรี  ผู้รับสัมปทานมีสิทธิฟ้องต่อศาลได้  แต่ทั้งนี้ต้องยื่นฟ้องภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันได้รับคำสั่งของรัฐมนตรี

 บทความที่เกี่ยวข้อง
กรณีศึกษา
new2m_favข้อทดสอบm_favnew2

ข้อทดสอบ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔
โดย พันตำรวจโท สมศักดิ์ ตังคณาพร
ข้อ ๑. คำว่า “ป่า “ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ หมายความว่าอย่างไร
ก. ที่ดินที่มีต้นไม้และพรรณไม้ต่าง ๆ ขึ้นอยู่
ข. ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน
ค. ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลใดเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย
ง. ที่ดินรกร้างว่างเปล่าหรือถูกทอดทิ้งเป็นเวลานาน
ข้อ ๒. ไม้หวงห้ามแบ่งเป็นกี่ประเภท
ก. ๒ ประเภท            ข. ๓ ประเภท            ค. ๔ ประเภท            ง. ๕ ประเภท
ข้อ ๓. คำว่า “ของป่า” ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ หมายความว่าอย่างไร
ก. บรรดาของที่เกิดหรือมีขึ้นในป่าตามธรรมชาติ ยกเว้นถ่านไม้ที่เกิดขึ้นในป่า
ข. บรรดาของที่เกิดหรือมีขึ้นตามธรรมชาติ และหมายความรวมถึงถ่านไม้ที่บุคคลทำขึ้นด้วย
ค. บรรดาของที่เกิดหรือมีขึ้นในป่าตามธรรมชาติและหมายความรวมถึงถ่านไม้ที่บุคคลทำขึ้นด้วย
ง. บรรดาของที่เกิดหรือมีขึ้นในป่า ยกเว้นถ่านไม้ที่บุคคลทำขึ้นในป่า
ข้อ ๔. ข้อใดไม่ใช่ “ไม้” ตามความหมายแห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ
ก. กอไม้                  ข. เศษไม้                 ค. ปลายไม้               ง. ถ่านไม้
ข้อ ๕. ไม้สักเป็นไม้หวงห้ามประเภทใด
ก. ไม้หวงห้ามธรรมดา           ข. ไม้หวงห้ามพิเศษ
ค. ไม้หวงห้ามหายาก            ง. ไม้หวงห้ามควรสงวน
ข้อ ๖. การกระทำในข้อใดต้องขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน
ก. เก็บรังนกนางแอ่นท่มาทำรังอยู่บนหลังคาบ้านตนเอง
ข. เก็บหาหน่อไม้ในป่า
ค. เผ่าถ่านในป่า
ง. เอารังผึ้งเลี้ยงไปตั้งไว้ในป่าให้ผึ้งหาน้ำหวานจากป่า
๗. การนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ ต้องมีหลักฐานอะไร
ก. ใบอนุญาต            ข. ใบเบิกทาง            ค. ใบกำกับภาษี         ง. ใบนำเคลื่อนที่
๘. ไม้หวงห้ามประเภท ข.ได้แก่ไม้ในข้อใด
ก. ไม้ซึ่งการทำไม้จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับสัมปทานจากรัฐบาล
ข. ไม้ซึ่งการทำไม้จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีหรือได้รับสัมปทานจากรัฐบาล
ค. ไม้ซึ่งการทำไม้จะต้องได้รับอนุญาตโดยวิธีผูกขาดจากรัฐมนตรีหรือโดยได้รับสัมปทานจากรัฐบาลเท่านั้น อนุญาตโดยวิธีธรรมดาไม่ได้
ง. ไม้หายากหรือไม้ที่ควรสงวน ซึ่งไม่อนุญาตให้ทำไม้เว้นแต่รัฐมนตรีจะได้อนุญาตในกรณีพิเศษ
๙. ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ หรือตั้งโรงค้าไม้แปรรูป สามารถออกหนังสืออะไร ให้กับผู้นำไม้แปรรูปเคลื่อนที่จากสถานที่ ที่ได้รับอนุญาตของตนไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่งได้
ก. หนังสืออนุญาต                          ข. หนังสือรับรอง
ค. หนังสือนำเคลื่อนที่                     ง. หนังสือกำกับไม้แปรรู
๑๐. “ไม้ไหลลอย” ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ กำหนดว่าต้องเป็นไม้ชนิดใด
ก. ไม้สัก        ข. ไม้หวงห้าม           ค. ไม้หวงห้ามพิเศษ    ง. ไม้นอกหวงห้าม

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s