สถานบริการ


กฎหมายสถานบริการ พ.ศ.2509
download file acrobat_filepolobo service.
โดย พ.ต.ท.สมศักดิ์  ตังคณาพร
สถานบริการในอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นมีหลายประเภทตั้งอยู่กระจัดกระจายไม่เหมาะสม ก่อให้เกิดปัญญาความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง และก่อให้เกิดปัญหายาเสพติด และปัญหาสังคมอื่นๆ เพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองสิทธิ และควบคุมผลกระทบของการตั้งสถานบริการแก่ประชาชน จึงได้ตรา พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 เพื่อควบคุมคุ้มครองและป้องกันปัญหาสังคมต่างๆขึ้น โดยได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2509 และมีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2509 ซึ่งได้ปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เหมาะสมกับสังคมในยุคปัจจุบัน ปัจจุบันได้มีการแก้ไขล่าสุด ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2546)ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2547 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2547
พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ได้ให้ความหมายของสถานบริการไว้ในมาตรา 3 ซึ่งหมายความว่า เป็นสถานที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการ โดยหวังประโยชน์ทางการค้า ดังต่อไปนี้
(1) สถานเต้นรำ รำวง หรือรองเง็ง ประเภทที่มีและประเภทที่ไม่มีคู่บริการ ได้แก่ ไนต์คลับ  บาร์ ภัตตาคาร เป็นต้น ซึ่งสถานบริการประเภทนี้ จะจัดให้มีสุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย  หรือ จัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิงด้วยก็ได้
(2) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า ได้แก่ ภัตตาคาร ที่มีหญิงบำเรอนั่งโต๊ะปรนนิบัติลูกค้า หรือโรงน้ำชาที่มีเตียงพักผ่อนหลับนอน และมีบริการนวดให้ลูกค้า เป็นต้น
(3) สถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่ลูกค้า ได้แก่ สถานอาบน้ำ นวด อบตัว  ซึ่งมี  ผู้บริการนวดลูกค้า เว้นแต่
ก) สถานที่ซึ่งผู้บริการได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยประเภทการนวดไทยตามกฎหมายด้วยการประกอบโคศิลปะ หรือได้รับการยกเว้น              ไม่ต้องขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยประเภท                     การนวดไทยตามกฎหมายดังกล่าว หรือสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
ข) สถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะต้องมีลักษณะของสถานที่ การบริการหรือ                       ผู้ให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อรองรับให้เป็นไปตามมาตรฐานนั้นด้วยก็ได้ หรือ
ค) สถานที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(4) สถานที่ที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายหรือให้บริการ โดยมีรูปแบบอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
ก) มีดนตรี การแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง และยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้นักร้อง นักแสดง หรือพนักงานอื่นใดนั่งกับลูกค้า
ข) มีการจัดอุปกรณ์ร้องเพลงประกอบดนตรีให้แก่ลูกค้า โดยจัดให้มีผู้บริการขับร้องเพลงกับลูกค้า หรือยินยอมปล่อยปละละเลยให้พนักงานอื่นใดนั่งกับลูกค้า
ค) มีการเต้นหรือยินยอมให้มีการเต้น หรือจัดให้มีการเต้น เช่นการเต้นบนเวทีหรือการเต้นบริเวณโต๊ะอาหารหรือเครื่องดื่ม
ง) มีลักษณะของสถานที่ การจัดแสงหรือเสียง หรืออุปกรณ์อื่นใด ตามที่กำหนดใน                 กฎกระทรวง
(5) สถานที่มีอาหาร สุรา  หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดหลังเวลา 24.00 น.
(6) สถานที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ความหมายความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3 หมายความว่า ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ กฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการใช้สารระเหย กฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ได้แก่
- สำหรับกรุงเทพมหานคร หมายความถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
- ในจังหวัดอื่น หมายความถึงผู้ว่าราชการจังหวัด
หลักเกณฑ์การจัดตั้งและควบคุมสถานบริการ (มาตรา 4)
การขอจัดตั้งสถานบริการ
1. ห้ามมิให้ผู้ใดตั้งสถานบริการ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
2. ในการพิจารณาอนุญาต ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ให้คำนึงถึงประวัติการกระทำความผิดของ                        ผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการประกอบด้วย
3. หลักเกณฑ์การขออนุญาต และการอนุญาต หลักเกณฑ์เกี่ยวกับประวัติการกระทำความผิดต่อกฎหมายของผู้ขอตั้งสถานบริการ รวมทั้งการขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
คุณสมบัติของผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการ (มาตรา 6)
ผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1.  อายุไม่ตำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
2.  ไม่เป็นผู้ประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรม
3.  ไม่เป็นผู้วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
4.  ไม่เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติต่ออันเป็นที่รังเกียจของสังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือโรคยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง
5.  ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษในความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามประมวลกฎหมายอาญา ในความผิดว่าด้วยการค้าหญิง และเด็ก
6.  ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษตามกฎหมายว่าด้วยการปราม การทำให้แพร่หลาย และการค้าวัตถุอันลามก
7.  ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษตามกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามการค้าประเวณี
ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการ ผู้แทนของนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 1.-7.ด้วย
ข้อกำหนดที่ตั้งของสถานบริการ (มาตรา 7 )
อาคารหรือสถานที่ขออนุญาตตั้งสถานบริการต้อง
(1) ไม่อยู่ใกล้ชิดวัด สถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา โรงเรียนหรือสถานศึกษา โรงพยาบาล สถาน-พยาบาลที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน สโมสรเยาวชน หรือหอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก ในขนาดที่เห็นได้ว่าจะก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่สถานที่ดังกล่าวแล้ว
(2) ไม่อยู่ในย่านที่ประชาชนอยู่อาศัย อันจะก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง
(3) มีทางถ่ายเทอากาศสะดวก
สถานที่ยื่นคำขออนุญาต
ตามกฎกระทรวงได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขออนุญาตและการดำเนินกิจการสถานบริการ พ.ศ.2549 ข้อ 2 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดตั้งสถานบริการให้ยื่น ณ ท้องที่ตั้งสถานบริการ ดังต่อไปนี้
1. ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อผู้กำกับการหรือรองผู้กำกับการซึ่งเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจนครบาล แห่งท้องที่ที่ตั้งสถานบริการนั้น
2. ในจังหวัดอื่น ให้ยื่นต่อนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ แห่งท้องที่ที่ตั้งสถานบริการนั้น
ในกรณีที่อาคารหรือสถานที่ที่ขออนุญาตตั้งสถานบริการเป็นของบุคคลอื่น ในขั้นตอนการขออนุญาตตั้งสถานบริการ ผู้ขออนุญาตต้องมีหนังสือแสดงว่าได้รับความยินยอมจากเจ้าของอาคารหรือสถานที่นั้น
ระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุญาตนั้น เมื่อได้รับคำขออนุญาตตั้งสถานบริการให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาสั่งภายในเก้าสิบวัน
โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่คำนึงถึงประวัติการกระทำความผิดของผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการ ซึ่งผู้ขออนุญาตต้องไม่มีประวัติการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้จนถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ภายในระยะเวลา 3 ปี และไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดทางอาญา อันมีลักษณะที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการได้เมื่อ
1. คำขออนุญาตตั้งสถานบริการ หลักฐานและเอกสารที่ได้ยื่นไว้มีความถูกต้องและครบถ้วน
2. ผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา 6 และไม่ปรากฏประวัติการกระทำความผิดตามกฎกระทรวง
3. อาคารสถานที่ที่ขออนุญาตตั้งสถานบริการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ มาตรา 7 และ มาตรา 8 กำหนด และตั้งอยู่ในท้องที่ที่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ที่ออกตามมาตรา 5
อายุใบอนุญาตและการขอต่อใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ
1. ใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการให้ใช้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ออกใบอนุญาต
2. ผู้รับอนุญาตผู้ใดประสงค์จะขอต่อใบอนุญาต จะต้องยื่นคำขอเสียก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
3. เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว จะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น
การอุทธรณ์ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่ต่อใบอนุญาต
ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่ต่อใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการกรุงเทพมหานครผู้ขออนุญาต หรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ในจังหวัดอื่นผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอต่อใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยการอุทธรณ์ให้กระทำภายในสามสิบวัน นับแต่ได้รับหนังสือพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการไม่อนุญาตหรือไม่ต่ออายุใบอนุญาต คำวินิจฉัยของผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือปลัดกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณีให้เป็นที่สุด  หนังสือของพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น ต้องแสดงเหตุผลในการไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่ต่อใบอนุญาตให้ผู้ขอทราบ
กรณีใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานบริการยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในกำหนดสิบห้าวันนับตั้งแต่ได้ทราบว่าใบอนุญาตสูญหายหรือชำรุด
ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานบริการ ย้าย  แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมสถานบริการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่
การจัดทำประวัติพนักงานในสถานบริการ
ให้ผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานบริการจัดทำประวัติของพนักงานก่อนเริ่มเข้าทำงาน  ในสถานบริการ ในกรณีที่รายการในประวัติเปลี่ยนแปลงไป ให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ แจ้งการเปลี่ยนแปลงภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่ที่มีการเปลี่ยนแปลง  การจัดทำ การเก็บรักษา และการแจ้งการเปลี่ยนแปลงบัตรประวัติ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง การจัดทำประวัตินั้นต้องไม่ระบุหน้าที่ของพนักงานในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่พนักงาน
กรณีบัตรประวัติพนักงานสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการต้องจัดทำบัตรประวัติใหม่ ภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่บัตรนั้นสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ
การจัดสถานที่ การให้พนักงานติดหมายเลขประจำตัวในสถานบริการ และกำหนดเวลาเปิดปิดกิจการ (มาตรา 17)
การกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ การจัดสถานที่ภายนอกและภายในเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อความสะอาดความสะดวกในการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ การใช้โคมไฟ หรือการให้พนักงานติดหมายเลขประจำตัวในสถานบริการ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
การจัดสถานที่ ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขออนุญาต และการดำเนินกิจการสถานบริการ พ.ศ.2509 กำหนดการจัดสถานที่ภายนอกและภายในของสถานบริการต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
1. มีแนวเขตของสถานบริการที่ชัดเจน
2. มีห้องสุขาเพียงพอสำหรับบริการลูกค้า โดยแยกห้องสุขาชายและหญิงออกจากกัน
3. มีการรักษาความสะอาดเรียบร้อยเป็นอย่างดี
4. ใช้โคมไฟให้มีแสงสว่างเพียงพอที่จะมองเห็นและจำหน้ากันได้ในระยะไม่น้อยกว่า 1.50 เมตร
5. สถานบริการที่มีห้องบริการเฉพาะ ต้องมีหมายเลขอารบิคสีขาว ขนาดสูงอย่างน้อย 5 เซนติเมตร ติดที่หน้าประตูห้องบริการทุกห้องเรียงลำดับ ถ้าประตูเข้าออกมีบานปิดทึบแสง ให้มีช่องสี่เหลี่ยมโปร่งแสงสามารถมองเข้าไปภายในห้องได้ ขนาด 5×20 เซนติเมตร ขึ้นไปที่บานประตูเหนือพื้นห้อง 1.70  เมตร และสามารถเปิดเข้าไปตรวจสอบได้ตลอดเวลา
6. ติดใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ชัดเจนบริเวณทางเข้าออกสถานบริการ
7. ในสถานบริการที่จัดให้มีดนตรี หรือการแสดงอื่นใดต้องมีวัสดุที่ป้องกันเสียงและความสั่นสะเทือนไม่ให้เกินค่าระดับเสียงรบกวนตามที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนดไว้
8. สถานบริการต้องใช้ป้ายชื่อให้ตรงกับชื่อในใบอนุญาตทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศในกรณีที่มี โดยจะต้องติดตั้งป้ายชื่อไว้ด้านหน้าสถานบริการให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน
การติดหมายเลขประจำตัวพนักงานตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการขออนุญาตและดำเนินกิจการสถานบริการ พ.ศ.2549 กำหนดให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการต้องจัดให้พนักงาน ลูกจ้าง คู่บริการ ผู้บำเรอ ผู้บริการอาบน้ำ นวด หรืออบตัว และคนรับใช้ของสถานบริการติดหมายเลขประจำตัวซึ่งตรงกับหมายเลขประจำตัวในบัตรประวัติของบุคคลนั้นไว้ที่อกเสื้อด้านขวามือ ในขณะปฏิบัติงานในสถานบริการ
ป้ายหมายเลขประจำตัวให้ทำเป็นรูปวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 5  เซนติเมตร พื้นสีแดงสำหรับคู่บริการ ผู้บำเรอ และผู้บริการอาบน้ำ นวด  หรืออบตัว และพื้นสีน้ำเงินสำหรับพนักงาน ลูกจ้าง และคนรับใช้ โดยหมายเลขประจำตัวให้ใช้เลขอารบิคสีขาว และใต้ตัวเลขให้มีอักษรย่อ หรือชื่อเต็มของสถานบริการขนาดพอสมควร
ข้อห้ามของผู้ได้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ
ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ
1. รับผู้ที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์เข้าทำงานในสถานบริการ
2. ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่มีอาการมึนเมาจนประพฤติวุ่นวาย หรือครองสติไม่ได้เข้าไปอยู่ในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ
3. จำหน่ายสุราให้แก่ผู้ที่มีอาการมึนเมาจนประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้
4. ยินยอมหรือปลอยปละละเลยให้ผู้ที่ไม่มีหน้าที่เฝ้าดูแลสถานบริการนั้น พักอาศัยหลับนอนในสถานบริการ
5. ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ
6. ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการนำอาวุธเข้าไปในสถานบริการ เว้นแต่เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในเครื่องแบบนำเข้าไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
7. ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ ซึ่งมิได้ทำงานในสถานบริการนั้น เข้าไปในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ
การตรวจเอกสารของผู้ที่จะเข้าไปในสถานบริการ
ให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการตรวจเอกสารราชการที่มีภาพถ่ายระบุอายุของ ผู้ซึ่งจะเข้าไปในสถานบริการ ในกรณีที่ผู้ที่จะเข้าไปในสถานบริการไม่ยินยอมให้ตรวจเอกสารราชการ หรือไม่มีเอกสารราชการและเข้าไปในสถานบริการ ให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยพลันในการนี้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ จะมอบหมายให้พนักงานของสถานบริการเป็นผู้ดำเนินการแทนก็ได้
กรณีพบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นในสถานบริการ
ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการพบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้มีอาการมึนเมาจนประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้  เข้าไปหรืออยู่ในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ หรือมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ  หรือมีการนำอาวุธเข้าไปในสถานบริการโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการแจ้งเจ้าหน้าที่โดยพลัน และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งแล้วให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการแจ้งและรับแจ้งให้เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนด  ในการนี้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการจะมอบหมายให้พนักงานของสถานบริการเป็นผู้ดำเนินการแทนก็ได้
กำหนดวัน เวลา เปิดปิด การจัดสถานที่ การใช้โคมไฟ หรือการให้พนักงานติดหมายเลขประจำตัวให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานบริการประเภทเต้นรำ รำวง หรือรองเง็ง จะจัดให้มีสุรา น้ำชา  หรือเครื่องดื่มอื่นจำหน่าย หรือจัดให้มรการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิงด้วยก็ได้
ในการจัดให้มีการแสดงเพื่อความบันเทิง ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการมีหน้าที่ต้องควบคุมดูแลการแสดงมิให้เป็นไปในทางลามกอนาจาร  และมิให้มีการนำสัตว์ร้ายเข้าร่วมการแสดงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ชม หากปรากฏว่าผู้รับอนุญาตฝ่าฝืนพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้งดกาแสดงนั้นได้ โดยในกรุงเทพมหานคร นายตำรวจท้องที่ตั้งแต่ชั้นสารวัตรขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจ ในจังหวัดอื่นตั้งแต่นายอำเภอขึ้นไปเป็นผู้มีอำนาจ
กรณีไม่ต่ออายุใบอนุญาต หรือพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาต
1. กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานบริการขาดคุณสมบัติ
2. หรือเมื่อสถานบริการดำเนินกิจการขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
3. หรือยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการมั่วสุมเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
4. หรือเมื่อมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
5. หรือดำเนินกิจการโดยไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 หรือกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มรอำนาจไม่ต่ออายุใบอนุญาตหรือสั่งพักใบอนุญาตหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ โดยให้คำนึงถึงความร้ายแรงของการกระทำผิด
ระยะเวลาการสั่งพักใช้ใบอนุญาต
การสั่งพักใบอนุญาต ให้สั่งพักได้กรณีดังต่อไปนี้
1. กรณีการสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 30 วัน
-  ดำเนินกิจการสถานบริการโดยไม่จัดทำประวัติหรือไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงประวัติพนักงาน
-  ไม่จัดทำประวัติพนักงานใหม่ภายในกำหยด ในกรณีบัตรประวัติสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ
- ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่มีอาการมึนเมาจนประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้เข้าไปอยู่ในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ
- จำหน่ายสุราให้แก่ผู้ที่มีอาการมึนเมาจนประพฤติตัววุ่นวายหรือครองสติไม่ได้
- ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนในเรื่องการจัดสถานที่ การใช้โคมไฟ หรือการให้พนักงานติดหมายเลขประจำตัวในสถานบริการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
2. กรณีสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 90 วัน
- กรณีดำเนินกิจการสถานบริการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
- ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการมั่วสุมเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
- มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ
- ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการย้าย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือต่อเติมสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่
- ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ เข้าทำงานในสถานบริการ
- ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการยินยอมหรือปลอยปละละเลยให้ผู้ที่ไม่มีหน้าที่เฝ้าดูแลสถานบริการนั้น พักอาศัยหลับนอนในสถานบริการ
-  ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ
- ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการนำอาวุธเข้าไปในสถานบริการโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
- ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการยินยอมหรือปล่อยปละละเลย ให้ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ ซึ่งมิได้ทำงานในสถานบริการนั้น เข้าไปในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ
- ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการแสดงไปในทางลามกอนาจาร หรือมีสัตว์ร้ายเข้าร่วมแสดงในสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้เข้าชม
-ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกำหนดเวลาเปิดปิดสถานบริการ
ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการอุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต หากอุทธรณ์ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 30 วัน ให้การอุทธรณ์เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น
ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานบริการอุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต หากอุทธรณ์ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 90 วัน หรือเหตุอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งนั้นเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น แต่ต้องมีคำสั่งภายใน                    7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอทุเลาการบังคับ หากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่มีคำสั่งใดให้ถือว่าเป็นการทุเลาบังคับตามคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น
ระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งพักใช้ใบอนุญาต ให้ผู้ที่มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่หน่วยงานที่ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ประจำอยู่ได้รับอุทธรณ์  ระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งอื่นที่ไม่ใช่คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการปกครอง
ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการในกรุงเทพมหานครมีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในจังหวัดอื่นผู้รับใบอนุญาตตั้งสถานบริการมีสิทธิอุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย และการอุทธรณ์ให้กระทำภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการสั่งพักใช้หรือสั่งเพิกถอนการอนุญาต
การตั้งสถานบริการในสถานที่ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตก่อนครบกำหนดเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตผู้หนึ่งผู้ใดจะยื่นคำขอรับใบอนุญาตเพื่อตั้งสถานบริการ ณ สถานที่เดียวกันนั้นไม่ได้
การตรวจสถานบริการ
เมื่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีเหตุอันควรเชื่อหรือสงสัยว่า มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวงซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ในสถานบริการแห่งใด ให้เจ้าพนักงานนั้น มีอำนาจเข้าไปตรวจภายในสถานบริการนั้นได้ไม่ว่าเวลาใดๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสถานบริการให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตรวจแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดๆซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้น
อัตราค่าธรรมเนียมในการขอใบอนุญาต
1. ใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ               ฉบับละ 50,000   บาท
2. ใบแทนใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ        ฉบับละ  1,000    บาท
3. การต่ออายุใบอนุญาตตั้งสถานบริการ        ครั้งละ  10,000   บาท
4. ในการออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม จะกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมให้แตกต่างกันโดยคำนึงถึงลักษณะ ขนาด หรือประเภทของสถานบริการก็ได้
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
สถานบริการที่ไม่ต้องขออนุญาต
พ.ต.ท.สมศักดิ์  ตังคณาพร
ตาม มาตรา ๓ แห่ง พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สถานบริการ(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๑ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๕ ได้ให้คำจำกัดความคำว่า “สถานบริการ” หมายความถึงสถานที่ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการโดยหวังประโยชน์ในการค้า ดังต่อไปนี้.-
(๑)  สถานเต้นรำ รำวงหรือรองเง็ง ประเภทที่มีและประเภทที่ไม่มีหญิงพาร์ตเนอร์บริการ
(๒)  สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมีหญิงบำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า หรือโดยมีที่สำหรับพักผ่อนหลับนอน หรือมีบริการนวดให้แก่ลูกค้า
(๓)  สถานอาบน้ำ นวดหรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่ลูกค้า
(๔)  สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง
ตามนี้จะเห็นได้ว่า กฎหมายจำแนกสถานบริการไว้ ๔ ประเภท ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อให้บริการโดยหวังประโยชน์ในการค้า
สถานบริการในปัจจุบันโดยทั่วไปที่จัดให้มีวงดนตรีวงใหญ่แสดงให้ลูกค้าหรือแขกได้ชมและฟัง เป็นเครื่องแกล้มอาหาร หรือมีการแสดงของคณะตลกประจำยุคเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าไปรับบริการอาหาร เครื่องดื่มในร้านของตน
เดิมสถานบริการตามมาตรา ๓ (๔) ใช้คำว่า “สถานบริการที่มีอาหาร สุรา น้ำชาหรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยจัดให้มีการแสดงดนตรีเกินสองชิ้น หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง” ซึ่งต่อมา พ.ร.บ.สถานบริการ(ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๕ มาตรา ๓ ให้แก้ไขใหม่เป็น “สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง” ดังที่บังคับอยู่ในปัจจุบัน คือการแสดงดนตรีจะมีชิ้นเดียวหรือเกินสองชิ้นก็ได้ ให้ครอบคลุมหมด เพราะตามโรงแรมใหม่ ๆ มักจะมีห้องอาหารบริการลูกค้าหรือแขกและมีการแสดงดนตรีโดยนักร้องเดี่ยวดีดไวโอลินหรือหีบเพลงเพียงชิ้นเดียวหรือเครื่องเล่นอีเล็คโทนเท่านั้น จึงให้ครอบคลุมไว้ถึงด้วย
เหตุผลในการแก้ไขมีว่าสถานบริการ มาตรา ๓(๔) เดิมได้สร้างความยุ่งยากให้แก่ผู้ประกอบอาชีพสุจริต ทั้งผู้ตั้งสถานบริการและผู้มีอาชีพเป็นนักร้อง นักดนตรี นักแสดงตลก ศิลปินและมายากลฯ เป็นการจำกัดอาชีพ และไม่ส่งเสริมความสามารถพิเศษของบุคคลทางด้านศิลปการดนตรีและการแสดงซึ่งเป็นการสวนทางกับความต้องการของรัฐบาล ที่จะส่งเสริมให้เยาวชนตื่นตัวสนใจศิลปที่ละเอียดอ่อนและสามารถใช้ความรู้นี้ประกอบอาชีพในอนาคต สร้างความอ่อนโยนในจิตใจให้แก่เยาวชน ลดปัญหาอาชญากรรมให้น้อยลงหรือหมดไป และเพื่อให้การแสดงดนตรีกระทำได้โดยสะดวก แต่ทางราชการยังสามารถควบคุมได้
สถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับสถานบริการตามมาตรา ๓(๒)ที่ถูกแยกออกต่างหากจากอนุมาตราอื่นของมาตรา ๓ คือ ไม่ต้องขออนุญาตจัดตั้ง แต่ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนจัดตั้งไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน (มาตรา ๔ วรรคสอง) คงมุ่งหมายเพื่อแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบและไปสอดส่องดูแลและควบคุมให้เป็นไปตามกฎหมาย
สำหรับคาราโอเกะ เริ่มเป็นที่นิยมในประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ เป็นต้นมา โดยเปิดเป็นร้านจำหน่ายสุราอาหาร มีบริการร้องเพลงตามเนื้อและภาพในจอโทรทัศน์ นัยว่าทำให้กินและดื่มมีรถชาติอร่อยขึ้นเป็นอันมาก เคยมีปัญหาว่าเป็นสถานบริการซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานบริการ ๒๕๐๙ หรือไม่
กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือที่ มท ๐๒๐๙/๙๕๘๑ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๓๕ ตอบข้อหารือว่ากรณีสถานประกอบกิจการ “วีดีทัศน์ คาราโอเกะ” ซึ่งมีหญิงบริการปรนนิบัติแก่ผู้ใช้บริการด้วยนั้น พิจารณาแล้ว เห็นว่าสถานประกอบกิการ “วีดีทัศน์ คาราโอเกะ” ดังกล่าวเป็นสถานบริการตามมาตรา ๓ (๒)แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ ประเภทที่มีอาหาร สุรา น้ำชาหรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการโดยหญิงบำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า ซึ่งผู้ประกอบกิจการต้องขออนุญาตจัดตั้งสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ และต้องขออนุญาตจัดฉายหรือให้บริการโดยแสดงภาพและหรือเสียงด้วย เทป หรือวัสดุโทรทัศน์ ตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.๒๕๓๐ และกฎกระทรวงฉบับที่ ๑ (พ.ศ.๒๕๓๑) ลงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๓๑ ซึ่งออกตามความในกฎหมายดังกล่าว
สำหรับสถานประกอบกิจการ “วีดีทัศน์ คาราโอเกะ” ซึ่งไม่มีหญิงบริการปรนนิบัติแก่ผู้ใช้บริการนั้นย่อมไม่เข้าข่ายตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๑ และ(ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๕ แต่ผู้ประกอบกิจการ “วีดีทัศน์ คาราโอเกะ” ก็ต้องขออนุญาตจัดฉายหรือให้บริการโดยแสดงภาพและหรือเสียงด้วยเทป หรือวัสดุโทรทัศน์ ตามนัยกฎหมายว่าด้วยควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์และกฎกระทรวงดังกล่าวข้างต้น
ขั้นตอนการเปิดสถานบริการตามมาตรา ๓ (๔)
กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือด่วนมากที่ มท ๐๒๐๔/ว๑๑๖๖ ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๕ และ ด่วนมาก ที่ มท ๐๒๐๙/ว ๒๖๗๓ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๕ กำหนดวิธีการยื่นแบบขอจัดตั้งสถานบริการและการออกใบรับแจ้งการจัดตั้งสถานบริการและแนวทางให้กรมตำรวจและจังหวัดดำเนินการดังนี้
การแจ้งการจัดตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓ (๔)
ในกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อสารวัตรท้องที่ ในจังหวัดอื่นให้ยื่นต่อนายอำเภอท้องที่ที่ตั้งสถานบริการเป็นผู้รับเรื่องราวการขอจัดตั้งสถานบริการดังกล่าว โดยให้ใช้แบบ สบ.๗ พร้อมหลักฐานคือ
(๑)  แบบแปลนแผนผังอาคารที่ตั้งสถานบริการ จำนวน ๒ ชุด
(๒)  แผนที่แสดงบริเวณที่ตั้งสถานบริการจำนวน ๑ ฉบับ
(๓)  รูปถ่ายของผู้แจ้งการตั้งสถานบริการหรือผู้แทนนิติบุคคล หัวตรงขนาด ๔ × ๖ เซ็นติเมตร จำนวน ๓ รูป
(๔)  สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคลไม่เกิน ๓ เดือน จำนวน ๑ ฉบับ
(๕)  หนังสือมอบอำนาจในกรณีมอบให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
(๖)  หนังสือแสดงความยินยอมจากเจ้าของอาคาร หรือสถานที่ที่ตั้งสถานบริการในกรณีที่ผู้แจ้งการตั้งสถานบริการไม่ใช่เจ้าของอาคาร หรือสถานที่ที่ตั้งสถานบริการ
เมื่อได้รับเรื่องราวการแจ้งการตั้งจากสถานบริการดังกล่าว ให้สารวัตรท้องที่หรือนายอำเภอท้องที่ที่ตั้งสถานบริการดำเนินการสอบสวนตรวจสอบคุณสมบัติของผู้จัดการสถานบริการที่แจ้งการจัดตั้งสถานบริการว่ามีคุณสมบัติตามมาตรา ๖ หรือไม่ ได้แก่
(๑)  อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒)  ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือ บกพร่องในศีลธรรม
(๓)  ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ
(๔)  ไม่เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อ อันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือโรคยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง
(๕)  ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษในความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามประมวลกฎหมายอาญาในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง ตามกฎหมายว่าด้วยการปรามการทำให้แพร่หลายและการค้าวัตถุอันลามกหรือตามกฎหมายว่าด้วยการปรามการค้าประเวณี
โดยเฉพาะคุณสมบัติตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) ให้ผู้จัดการสถานบริการที่แจ้งการตั้งสถานบริการแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้น ๑ ไว้เป็นหลักฐานและให้บันทึกการตรวจอาคารสถานที่ที่ตั้งสถานบริการว่าเป็นการขัดต่อมาตรา ๗ หรือไม่ โดยให้จัดทำแผนที่สังเขปแสดงที่ตั้งสถานบริการแห่งนั้นแนบเสนอมาด้วย ส่วนรายใดที่เห็นว่าอาคารสถานที่ที่ตั้งสถานบริการขัดต่อมาตรา ๗ ข้อใดได้แก่
(๑)  ไม่อยู่ใกล้ชิดวัด สถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา โรงเรียน หรือสถานศึกษา โรงพยาบาล สถานพยาบาล ที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน สโมสรเยาวชน หรือหอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก ในขนาดที่เห็นได้ว่าจะก่อความเดือดร้อนรำคาญแต่สถานที่ดังกล่าวแล้ว
(๒)  ไม่อยู่ในย่านที่ประชาชนอยู่อาศัย อันจะก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน ผู้อาศัยใกล้เคียงและ
(๓)  มีทางถ่ายเทอากาศสะดวก
ให้บันทึกเหตุขัดต่อกฎหมายไว้โดยละเอียดเช่นกัน และให้พิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง ๑๐ นิ้วของผู้จัดการสถานบริการที่แจ้งการจัดตั้งสถานบริการดังกล่าว แล้วส่งไปตรวจสอบยังแผนกพิมพ์ลายนิ้วมือกองทะเบียนประวัติอาชญากร กรมตำรวจ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามมาตรา ๖ (๕) และนำผลการตรวจสอบเก็บเข้าเรื่องการแจ้งขอจัดตั้งสถานบริการไว้
ถ้าปรากฎว่าภายหลังที่ได้สอบสวนแล้วพบว่าผู้จัดการสถานบริการที่แจ้งการจัดตั้งสถานบริการไม่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๖ หรือสถานที่ที่ตั้งสถานบริการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๗ ให้สารวัตรท้องที่หรือนายอำเภอท้องที่ที่ตั้งสถานบริการในกรุงเทพมหานคร หรือในจังหวัดอื่นแล้วแต่กรณีทำหนังสือแจ้งให้ผู้จัดการสถานบริการที่แจ้งการจัดตั้งสถานบริการทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง แล้วเสนอเรื่องราวการขอจัดตั้งสถานบริการ (แบบ สบ.๗) พร้อมหลักฐานดังกล่าวและความเห็นให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่หรือในจังหวัดอื่นพิจารณาสั่งการภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันได้รับเรื่องราวการขอจัดตั้งสถานบริการนั้น ๆ
การออกใบรับการแจ้งการจัดตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓ (๔) ให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการในกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัดอื่นเป็นผู้ออกใบรับแจ้งการจัดตั้งสถานบริการตามแบบใบรับแจ้งการจัดตั้งสถานบริการที่กำหนดให้ไว้เป็นหลักฐานและให้จัดทำขึ้น ๒ ฉบับ โดยจัดส่งให้ผู้แจ้งการจัดตั้งสถานบริการหนึ่งฉบับเพื่อแสดงไว้ ณ สถานที่ที่ตั้งสถานบริการและให้เก็บรักษาไว้ ณ สถานีตำรวจท้องที่หรืออำเภอท้องที่ที่ตั้งสถานบริการ ซึ่งเป็นหน่วยรับเรื่องราวการขอจัดตั้งสถานบริการหนึ่งฉบับ
สถานบริการตามมาตรา ๓ (๔) จะดำเนินการจัดตั้งสถานบริการหรือประกอบกิจการสถานบริการดังกล่าวได้ต่อเมื่อได้รับแจ้งการจัดตั้งสถานบริการจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เว้นแต่สถานบริการซึ่งได้เคยแจ้งการจัดตั้งสถานบริการไว้ก่อนแล้ว ก็ให้ดำเนินการกิจการต่อไปได้
ในกรณีที่สถานบริการตามมาตรา ๓ (๔) แห่งใด ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เห็นชอบด้วยการจัดตั้งสถานบริการดังกล่าว ให้สารวัตรท้องที่หรือนายอำเภอท้องที่ที่ตั้งสถานบริการทำหนังสือแจ้งผลการพิจารณาพร้อมชี้แจงเหตุผลและข้อกฎหมายให้ผู้แจ้งการจัดตั้งสถานบริการทราบภายใน ๓ วัน นับแต่วันได้รับคำสั่งดังกล่าว
ทั้งนี้ การจัดทำบัตรประวัติผู้ทำงานในสถานบริการ การพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ทำงานในสถานบริการ การกำหนดเวลาการเปิด-ปิด สถานบริการ และมาตรการควบคุมสถานบริการตามมาตรา ๓ (๔) ผู้ประกอบกิจการสถานบริการจะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๕ ยกเว้นมาตรา ๙ ถึงมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒
การควบคุมสถานบริการตามมาตรา ๓(๔)
(ก)   พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งหยุดกิจการได้ครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน ในกรณีดังนี้ คือ
(๑)  ดำเนินกิจการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม
(๒)  ไม่มีผู้จัดการ หรือมีผู้จัดการแต่ผู้จัดการไม่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๖
(๓)  ดำเนินกิจการฝ่าฝืนบทบัญญัติตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๑ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๕ ยกเว้นมาตรา ๙ ถึง มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒
(ข)พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและดำเนินคดีในกรณีที่มีการกระทำความผิดดังนี้ง.-
(๑) ตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) โดยไม่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ หรือสถานที่ที่ตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๗ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำผิด ต้องรับโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
(๒) ดำเนินกิจการในระหว่างถูกสั่งหยุดกิจการตามมาตรา ๒๕ ทวิ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำความผิด ต้องรับโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ในกรณีนิติบุคคลกระทำความผิด ให้ผู้ดำเนินกิจการสถานบริการเข้าร่วมรับผิดกับนิติบุคคลด้วย
การสั่งหยุดกิจการตาม(ก) ในกรุงเทพมหานคร ให้สารวัตรท้องที่ ในจังหวัดอื่นให้นายอำเภอท้องที่จัดทำรายงานเสนอผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณาสั่งแล้วรายงานผลการดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทยทราบ
สำหรับการกระทำความผิดตาม (ข) ในกรุงเทพมหานครให้สารวัตรท้องที่ ในจังหวัดอื่นให้นายอำเภอท้องที่กวดขัน จับกุมและดำเนินคดีทุกกรณีทุกรายโดยเคร่งครัด แล้วรายงานผู้บัญชาการตำรวจนครบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ทราบเพื่อรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบต่อไป
อนึ่ง ในปัจจุบันสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ตาม พ.ร.บ.สถานบริการฉบับนี้ สามารถจัดตั้งขึ้นโดยไม่ต้องขอรับอนุญาต เพียงแต่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ซึ่งอาจจะมีผู้ฉวยโอกาสใช้เป็นแหล่งมั่วสุมของมิจฉาชีพและประพฤติผิดศีลธรรมโดยมีการค้าประเวณี แหล่งค้ายาเสพติด การพนัน ตลอดจนการแสดงลามกอนาจาร จึงกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสอดส่อง กวดขัน หากพบว่ามีการกระทำความผิดดังกล่าวเกิดขึ้นก็ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเคร่งครัด
ข้อสังเกต ตามมาตรา ๔ วรรคสาม บัญญัติให้การแจ้งตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ให้เป็นไปตามกฎกระทรวง แต่กระทรวงมหาดไทยมิได้ออกกฎกระทรวงกำหนด แต่ได้กำหนดเพียงหนังสือดังกล่าวเท่านั้น ขั้นตอนวิธีการยื่นแบบขอจัดตั้งและการออกใบรับแจ้งการจัดตั้งสถานบริการดังกล่าว จึงเพียงเป็นข้อกำหนดภายในของทางราชการเพื่อความชัดเจนและเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น ไม่อาจนำมาใช้บังคับให้ผู้แจ้งการจัดตั้งต้องทำเช่นนั้นด้วยไม่ ถ้าผู้แจ้งการจัดตั้งไม่ดำเนินการตามครบถ้วนก็คงไม่มีสภาพบังคับได้จนกว่าจะได้ออกเป็นกฎกระทรวงแล้ว
ตามมาตรา ๔ ทวิ บัญญัติให้สถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นี้ นอกจาก
-มาตรา  ๙ ถึง มาตรา ๑๓ ซึ่งเกี่ยวกับใบอนุญาตตั้งสถานบริการเพราะผู้จัดการสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ไม่ต้องรับอนุญาตตั้งดังกล่าว และการแจ้งย้าย แก้ไข เปลี่ยนแปลงหรือต่อเติมสถานบริการ
-มาตรา ๑๘ ได้เรื่องเกี่ยวกับสถานบริการตาม ๓(๑)
-มาตรา ๒๑ เป็นเรื่องไม่ต่อพักใช้หรหือเพิกถอนใบอนุญาตและ
-มาตรา ๒๒ เป็นเรื่องอุทธรณ์การพักใช้ หรือ เพิกถอนใบอนุญาต
มาตราการตามกฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) จึงมีสาระสำคัญพอสรุปได้ดังนี้
๑.ผู้ใดตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนวันจัดตั้งไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ผู้ตั้งโดยไม่แจ้งดังกล่าวมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกเกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ(มาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๒๖ ทวิ)
๒.อาคาร หรือ สถานที่ที่ขออนุญาตตั้งเป็นสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ต้อง
๒.๑ ไม่อยู่ใกล้ชิดวัด สถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา โรงเรียน หรือสถานศึกษา โรงพยาบาล สถานพยาบาลที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน สโมสรเยาวชน หรือ หรือหอพักตามกฎหมายว่าด้วย หอพักในขนาดที่เห็นได้ว่าจะก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่สถานที่ดังกล่าวแล้ว
๒.๒ ไม่อยู่ในย่านที่ประชาชนอยู่อาศัย อันจะก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชารชนผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง
๒.๓ มีทางถ่ายเทอากาศสะดวก
ผู้ตั้งสถานบริการฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา ๗ และมาตรา ๒๖ ทวิ)
๓.ต้องมีผู้จัดการและผู้จัดการต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๖ คือมีคุณสมบัติเหมือนของผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๑) (๒) (๓) และต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติตาม พ.ร.บ.นี้ นอกจากมาตรา ๙ ถึง มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ ถ้ามิได้ปฏิบัติตามหรือดำเนินกิจการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งหยุดกิจการครั้งละไม่เกิน สามสิบวัน (มาตรา ๔ ทวิ และ มาตรา ๒๕ ทวิ)
๔. ผู้ตั้งสถานบริการดำเนินกิจการสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ในระหว่างถูกสั่งหยุดกิจการตามมาตรา ๒๕ ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีนิติบุคคลกระทำความผิดตามมาตรานี้ ให้ผู้ดำเนินกิจการสถานบริการนั้นร่วมรับผิดกับนิติบุคคลด้วย (มาตรา ๒๖)
๕. ภายใต้บังคับมาตรา ๔ ทวิ ที่ให้สถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.นี้ นอกจากมาตรา ๙ ถึงมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ มีดังนี้
๕.๑ ก่อนที่ลูกจ้างหรือคนรับใช้เริ่มเข้าทำงานในสถานบริการ ผู้จัดการหรือผู้ตั้งสถานบริการ ต้องจัดทำบัตรประวัติตามแบบที่กำหนดให้ทันสมัย (มาตรา ๑๔)
๕.๒ ในกรณีบัตรตาม ๓ สูญหาย ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ ต้องจัดทำใหม่ภายใน ๗ วัน(มาตรา ๑๕)
๕.๓ ห้ามมิให้ผู้จัดการหรือผู้ตั้งสถานบริการ
๕.๓.๑ ยอมให้ผู้มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ซึ่งมิได้ทำงานในสถานบริการนั้นเข้าไปในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ
๕.๓.๒ ยอมให้หญิงซึ่งมิได้ทำงานในสถานบริการนั้นเข้าไปในสถานบริการโดยไม่มีชายมาด้วย
๕.๓.๓ ยอมให้ผู้มีอาการเมาสุราจนประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้เข้าไป หรืออยู่ในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ
๕.๓.๔ จำหน่ายสุราให้แก่ลูกค้าซึ่งมีอาการเมาสุราจนประพฤติวุ่นวาย หรือครองสติไม่ได้แล้ว               ๕.๓.๕ ยอมให้บุคคลที่มาร่วมแสดงดนตรีหรือแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง พักอาศัยหลับนอนในสถานบริการ (มาตรา ๑๖)
๖. ผู้จัดการ หรือผู้ตั้งสถานบริการต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง การกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ(ดูกฎกระทรวงฯ ข้อ ๗) การจัดสถานที่ภายนอกและภายใน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อความสะอาดหรือเพื่อความสะดวกในการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ การใช้โคมไฟหรือการให้คนรับใช้ติดหมายเลขประจำตัวในสถานบริการดังกล่าว (มาตรา ๑๗)
๗. ผู้จัดการหรือผู้ตั้งสถานบริการต้องควบคุมการแสดงเพื่อความบันเทิง มิให้เป็นไปในทางลามกหรืออนาจาร และมิให้มีสัตว์ร้ายเข้าร่วมแสดงในสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ชม (มาตรา ๑๙)
ผู้จัดการหรือผู้ตั้งไม่ปฏิบัติไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืนตาม ๕.๑,๕.๒,๕.๓,๖ และ ๗ จะมีความผิดและต้องโทษตามบทมาตราใดหรือไม่
มาตรา ๒๗ บัญญัติว่า       ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการผู้ใด ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ หรือฝ่าฝืนกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองพันบาท”
เนื่องจากสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ไม่ต้องรับอนุญาต ผู้จัดการหรือผู้ตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) จึงไม่ใช่ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๒๗ ข้างต้น อัยการสูงสุดเคยมีความเห็นกรณีไม่อนุญาตให้ฟ้องนายแหลมทอง งามศักดิ์ ผู้ต้องหาฐานเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดว่า “สถานบริการตามมาตรา ๓(๔) คือสถานที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายโดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใด สถานบริการประเภทนี้จัดตั้งขึ้นโดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ แต่ต้องแจ้งการจัดตั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบตามมาตรา ๔ วรรค ๒,๓ และจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสถานบริการนอกจากมาตรา ๙ ถึง มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒(มาตรา ๔ ทวิ) ซึ่งหมายความว่าจะต้องเปิดสถานบริการตามกำหนดวันเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๗ ด้วย (กฎกระทรวงฉบับที่ ๖ พ.ศ.๒๕๒๔ ข้อ ๗) แต่หากผู้ตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) นี้ เปิดสถานบริการเกินเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวงดังกล่าว กฎหมายให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งหยุดกิจการครั้งละไม่เกินสามสิบวันเท่านั้น (มาตรา ๒๕ ทวิ) เมื่อสั่งหยุดแล้วหากดำเนินการในระหว่างถูกสั่งหยุด จึงมีความผิดตามมาตรา ๒๖ วรรคแรก การเปิดสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) เกินเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงมิได้เป็นความผิดตามมาตรา ๒๗ ทั้งบทบัญญัติมาตรา ๒๗ นี้ใช้บังคับเฉพาะผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ ซึ่งหมายถึงผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๑) (๒) และ (๓) เท่านั้น และคดีนี้ไม่ปรากฎว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจสั่งหยุดกิจการตามมาตรา ๒๕ ทวิแต่อย่างใด จึงไม่อนุญาตให้ฟ้อง นายแหลมทอง งามศักดิ์ ผู้ต้องหาในคดีนี้ เพราะการกระทำไม่เป็นความผิดตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น” (หนังสือสำนักงานอัยการสูงสุดที่ ๐๐../๕๘๑๓ ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๓๕)
ตามนัยความเห็นของอัยการสูงสุดดังกล่าว ผู้จัดการหรือผู้ตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๙ และกฎกระทรวงตามมาตรา ๑๗ ไม่มีความผิดตามมาตรา ๒๗ แต่อย่างใด กฎหมายคงเห็นว่ามาตรการที่จะกำหราบปราบปรามมีเพียงพอแล้ว จึงไม่ประสงค์เอาโทษก็ได้ เพราะผู้จัดการหรือผู้ตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ไม่ใช่ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ โดยอาจเป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้รับอนุญาตให้ไปดำเนินการแทนก็ได้ ดังนั้นหากจะให้ผู้จัดการหรือผู้ตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) มีความผิดอย่างผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการก็จะต้องบัญญัติกำหนดไว้ให้ชัดแจ้ง เป็นต้นว่าเพิ่มเติมเป็นมาตรา ๒๗ วรรคสองเพื่อให้ครอบคลุมว่า “ในกรณีผู้จัดการหรือผู้ตั้งสถานบริการตามมาตรา ๓(๔) ผู้ใดไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืนตามวรรคหนึ่งต้องระวางโทษ…….หรือเช่นเดียวกับผู้รับอนุญาตนั้น”
ที่มา.-
สมพร  พรหมหิตาธร พล.ต.ท.ดรุณ โสตถิพันธุ์ พ.ต.อ.โดม วิศิษฎ์สรอรรถ, “คู่มือกฎหมายสถานบริการ” กรุงเทพฯ : กองทุนสวัสดิการกองวิชาการ กรมตำรวจ, ๒๕๔๐
พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙(พร้อมแก้ไขเพิ่มเติม)
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๒๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙(แก้ไขเพิ่มเติม)
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมากาที่ มท ๐๒๐๔/ว.๑๑๖๖ ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๒๕
หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท ๐๒๐๙/๙๕๘๑ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๓๕
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท ๐๒๐๙/ว ๐๖๗๓ ลง ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๕
กฎกระทรวง กำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ พ.ศ. 2547
โดย พันตำรวจโท สมศักดิ์  ตังคณาพร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติ สถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ สถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 และมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติ สถานบริการ พ.ศ. 2509 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 36 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 สถานบริการตามมาตรา 3 (1) ให้เปิดทำการได้ ดังนี้
(1) ระหว่างเวลา 21.00 นาฬิกา ถึง 02.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
(2) ระหว่างเวลา 21.00 นาฬิกา ถึง 24.00 นาฬิกา ของวันเดียวกัน สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ หรือสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่งดอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามที่ พระราชกฤษฎีกา กำหนดท้องที่เพื่อการอนุญาตหรืองดอนุญาตให้ตั้งสถานบริการได้ผ่อนผันให้
ข้อ 2 สถานบริการตามมาตรา 3 (2) ให้เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 11.00 าฬิกา ถึง 14.00 นาฬิกา และระหว่างเวลา 18.00 นาฬิกา ถึง 24.00 นาฬิกา ของวันเดียวกัน
ข้อ 3 สถานบริการตามมาตรา 3 (3) ให้เปิดทำการได้ ดังนี้
(1) ระหว่างเวลา 12.00 นาฬิกา ถึง 24.00 นาฬิกา ของวันเดียวกัน สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
(2) ระหว่างเวลา 18.00 นาฬิกา ถึง 24.00 นาฬิกา ของวันเดียวกัน   สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ หรือสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่งดอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามที่พระราชกฤษฎีกา กำหนดท้องที่เพื่อการอนุญาตหรืองดอนุญาตให้ตั้งสถานบริการได้ผ่อนผันให้
ข้อ 4 สถานบริการตามมาตรา 3 (4) ให้เปิดทำการได้ ดังนี้
(1) ระหว่างเวลา 18.00 นาฬิกา ถึง 01.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
(2) ระหว่างเวลา 18.00 นาฬิกา ถึง 24.00 นาฬิกา ของวันเดียวกัน สำหรับสถานบริการทีตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ หรือสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่งดอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามที่พระราชกฤษฎีกา กำหนดท้องที่เพื่อการอนุญาตหรืองดอนุญาตให้ตั้งสถานบริการได้ผ่อนผันให้
ข้อ 5 สถานบริการตามมาตรา 3 (5) ให้เปิดทำการได้ระหว่างเวลา 18.00 นาฬิกา ถึง 01.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น
ข้อ 6 กำหนดเวลาเปิดทำการตามความในข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5 ถ้าวันรุ่งขึ้น
ข้อ 7 สถานบริการที่ตั้งอยู่ก่อนวันที่ พระราชบัญญัติ สถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 มีผลใช้บังคับ ให้มีเวลาเปิดทำการตามข้อ 1 (1) ข้อ 2 ข้อ 3 (1) ข้อ 4 (1) ข้อ 5 และข้อ 6 แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามประเภทที่ได้รับใบอนุญาต
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่คำนิยาม “สถานบริการ” ตาม พระราชบัญญัติ สถานบริการ พ.ศ. 2509 มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ สถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 เป็นผลให้เกิดประเภทของสถานบริการขึ้นใหม่ และมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติ สถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ สถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546 กำหนดให้วันเวลาเปิดปิดของสถานบริการเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2547 นายโภคิน พลกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ศิลปะเต้นรำพื้นเมืองของไทยมุสลิม (รองเง็ง)
                                                                                                            โดย พ.ต.ท.สมศักดิ์ ตังคณาพร
รองเง็ง เป็นศิลปะเต้นรำพื้นเมืองของไทยมุสลิม มีความสวยงามทั้งลีลาการเคลื่อนไหวของ เท้ามือ ลำตัว และการแต่งกายคู่ชายหญิง กล่าวกันว่าการเต้นรองเง็ง สมัยโบราณเป็นที่นิยมกันในบ้านขุนนางหรือเจ้าเมืองในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นที่บ้านรายายะหริ่ง หรือพระยาพิพิธเสนามาตย์ เจ้าเมืองยะหริ่งสมัยก่อนการ เปลี่ยนแปลงการปกครอง (พ.ศ. 2439 – 2449) มีหญิงซึ่งเป็นข้าทาสบริวารฝึกรองเง็ง เพื่อไว้ต้อนรับแขกเหรื่อในงานรื่นเริงหรืองานพิธีต่าง ๆ เป็นประจำ
ลักษณะการเล่นรองเง็งซึ่งดูคล้ายศิลปะวัฒนธรรมตะวันตกนั้น มีผู้สันนิษฐานว่าชาวโปรตุเกส หรือชาวสเปน ได้นำมาเผยแพร่ในประเทศชวา มลายูก่อนโดย เฉพาะเมื่อถึงวันรื่นเริงปีใหม่ พวกฝรั่งเต้นรำอย่างสนุกสนาน เช่นเต้นรำลาฆูดูวอ เป็นเพลงไพเราะน่าชมน่าฟังชาวพื้นเมืองบังเกิดความสนใจและได้ฝึกซ้อมจน กระทั่ง ของศิลปะรองเง็งหรือรองเกงขึ้น
ส่วนรองเง็งในประเทศไทยนิยมเต้นกันในบ้านขุนนางมุสลิมไทยดังกล่าวข้างต้น ต่อมาได้แพร่หลายสู่ชาวบ้านโดยอาศัยการแสดงมะโย่ง หรือ มโนราไทยมุสลิม มะโย่งแสดงเป็นเรื่องและมีการพักครั้งละ 10 – 15 นาที ระหว่างที่พักนั้นจะสลับฉากด้วยรองเง็ง เมื่อดนตรีขึ้นเพลงรองเง็งฝ่ายหญิงที่แสดงมะโย่งจะลุกขึ้นเต้นจับคู่ กันเอง เพื่อให้เกิดความสนุกสนานยิ่งขึ้น จึงเชิญชายผู้ชมเข้าร่วมวงด้วย ในที่สุดรองเง็งเป็นการเต้นรำที่ถูกอกถูกใจของชาวบ้าน แต่ไม่ถึงขั้นมีการจูบดังบท พระราชนิพนธ์ดังกล่าว ภายหลังมีการจัดตั้งคณะรองเง็งรับจ้างเล่นในงานต่าง ๆ ทำนองรำวง ซึ่งแพร่หลายอยู่จนปัจจุบัน
การเต้นรองเง็งส่วนใหญ่แต่งกายแบบพื้นเมือง ผู้ชายสวมหมวกไม่มีปีกหรือที่เรียกว่า หมวกแขกสีดำ บางทีศรีษะสวมซะตางันหรือโพกผ้าแบบ เจ้าบ้านมุสลิม ถัด มานุ่งกางเกงขายาวขากว้างคล้ายกางเกงจีน สวมเสื้อคอกลมแขนยาวผ่าครึ่งอก สีเดียวกับกางเกง แล้วใช้โสร่งแคบ ๆ ยาวเหนือเข่าสวมทับ กางเกง เรียกผ้าสิลินัง หรือ ผ้าซาเลนดัง มักทำด้วยผ้าซอแก๊ะ ถ้าเป็นของเจ้านายหรือผู้ดีมีเงินมักเป็นผ้าไหมยกดิ้นทองดิ้นเงิน ฐานะรองลงมาใช้ผ้าไหมเนื้อดีตาโต ๆ ถัดมาใช้ผ้าธรรมดาส่วน ผู้หญิงสวมเสื้อแขนกระบอก เรียกเสื้อบันดง ลักษณะเสื้อแบบเข้ารูปปิดสะโพกผ่าอกตลอด ติดกระดุมทองเป็นระยะ สีเสื้อสดสวยและเป็นสีเดียวกับผ้าปาเต๊ะยาวอ หรือ ผ้าซอแก๊ะ ซึ่งนุ่งกรอมเท้า นอกจากนั้นยังมีฟ้าคลุมไหล่บาง ๆ สีตัดกับเสื้อที่สวม
1 รำมะนา (บานอ) รำมะน 2 – 3 ใบ
2 ฆ้อง ฆ้อง 2 ใบ ทุ้ม – แหลม
3 มารากัส หรือ แทมโบลินม 1 ชิ้น
4 ไวโอลิน 1 คัน
5 กีตาร์ 1 ตัว
6 ดับเบิลเบส ส 1 คัน
เพลงต่าง ๆ ที่นิยมใช้ส่วนใหญ่ใช้กัน 7 เพลง ได้แก่ เพลงลาฆูดูวอ เพลงลานัง เพลงปูโจ๊ะปิซัง เพลงจินตาซายัง เพลงอาเนาะดีดี๊ เพลงมะอีนังชวา และเพลงมะอีนังลามา เพลงต้นกับเพลงท้าย เป็นเพลงยืนพื้น เพราะเป็นเพลงที่เหมาะกับการแสดงลวดลายในการเต้นรำโดยผู้ชำนาญ เนื้อเพลงจะเป็นภาษามลายู มีอยู่หลายเพลงดังตัวอย่างต่อไปนี้
เพลงลาฆูดูวอ
ฮาดูชัยตันมูกอปิรู (ภูติพรายหน้าตาฉาบสีขาบขัน)
ดูรนกือตาเนาะย์ซูกอเมืองารู (สู่ดินดลหวังหมายทำลายสิ้น)
ซายะปากัยจือปากอบีรู (ดอกจำปาสีน้ำเงินเป็นปีกบิน)
ซูติงดีซานอซินิงบรือบาฮู (อยู่ถิ่นนั้นหอมกลิ่นมาถิ่นนี้)
การเต้นในเพลงนี้ ฝ่ายชายเริ่มก้าวเท้าขวาเดินชิดจนสตรีต้องร่นหมุนตัว และถ้าเร่งจังหวะเร็วเข้าก็จะออกไปก่อน หลายคู่ที่เหลืออยู่ในวงจึงนับได้ว่ามีความสามารถ ชื่อเพลง “ลาฆูดูวอ” ซึ่งมีความหมายว่า “เพลงที่สอง” นี้ เป็นเพียงคำแปล ไม่เกี่ยวกับเนื้อเพลง
เพลงลานัง
ลานังซีปากูลานัง (กระโดดเชือกเริงเล่นเต้นกระโดด)
ลานังมารีเบอรามัย-รามัย (มาเล่นโลดโดดกันขยันเต้น)
ปูกันซายอซีมาโบ๊ะปีนัง (ฉันวิงเวียนใช่กินหมากเมายากเย็น)
ซายอ มาโบ๊ะกืออาเดะ ซาออรัง (ที่เมาเป็นเมากมลน้องคนเดียว) เพลงมะอีนังลามา
ตือนัง…. ตือนัง อาเอดี ลาโอ๊ะ (เรื่อย เรื่อย ล่องลำทะเลหลวง)
ซำบันละฮ์ โกเละ มูติก กือ ตันญง (เรือกอและแล่นล่วงสู่แหลมนั่น)
ฮาตี เตอรคือนัง มูโละละฮ์ เตอร์ซือโบะ (จิตแจ่มแถมถ้อมร้อยรำพัน)
บูดีละฮ์ บาเอะ ราชา เนาะ ญนญง (คุณความดีเธอ สรรฉันเทิดทูน)
ชื่อเพลงนี้หมายถึงแม่นมหรือพี่เลี้ยง และเพลงนี้ยังมีอีกเชื่อหนึ่งว่า “กึมบังจีนา” แปลว่า ดอกพุดที่เริ่มแย้มกลีบ เป็นการเต้น โดยฝ่ายชายขอเอาผ้าคลุมไหล่ฝ่ายหญิงมาคลุมไหล่ของตน และฝ่ายหญิงก็จะกรีดนิ้วจับผ้าเช็ดหน้าสองชาย เพื่อเต้นหลบไปมาโดยฝ่ายชายจะเต้นรำต้อนไปมาด้วย
กรณีศึกษา
ธุรกิจสปาเสริมความงาม และบริการสุขภาพ ถือว่าเข้าข่ายกระทำผิด พรบ.สถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙ หรือไม่
กรณีร้านคาราโอเกะ บริการขายสินค้า พร้อม จัดให้มีเด็กนั่งดิ๊ง ไว้บริการแขกผู้มารับบริการ
ข้อทดสอบ
พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509
โดย พ.ต.ท.สมศักดิ์  ตังคณาพร
1.สถานบริการที่ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการมั่วสุมเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดไม่เกินกี่วัน
1. 30 วัน
2. 60 วัน
3. 90 วัน
4. 120 วัน
2.การที่จะกำหนดเขตอันมีพื้นที่จำกัดในการตั้งสถานบริการเป็นอำนาจบุคคลใด
1.ปลัดกระทรวงมหาดไทย
2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
3.ผู้ว่าราชการจังหวัด
4.นายอำเภอ
3.ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการ
1.ไม่เป็นผู้มีความประพฤติบกพร่องในศีลธรรม
2. ไม่เป็นผู้วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
3.ไม่เคยเป็นผู้ต้องโทษทางอาญา
4.เป็นผู้เลื่อมใสการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
4.ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 กำหนดสถานบริการออกเป็นกี่ประเภท
1. 6 ประเภท
2. 7 ประเภท
3.  8 ประเภท
4.  9 ประเภท
5. สถานบริการ  พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 หมายความว่าอย่างไร
1.สถานที่ให้การบันเทิงเพื่อความพักผ่อน
2.สถานที่ตั้งเพื่อให้บริการ
3.สถานที่ตั้งขึ้นเพื่อความบันเทิงมุ่งหวังประโยชน์
4.สถานที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการโดยหวังประโยชน์ทางการค้า
6.ผู้ใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุมัติให้มีการจัดตั้งสถานบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
1.อัยการสูงสุด
2.ปลัดกระทรวงมหาดไทย
3.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
4 ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
7.ผู้ใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุมัติให้มีการจัดตั้งสถานบริการในพื้นที่ต่างจังหวัด
1. นายอำเภอ
2.ปลัดจังหวัด
3 ผู้ว่าราชการจังหวัด
4.ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด
8.กรณีสถานบริการในต่างจัดหวัดจัดให้มีการแสดงลามกอนาจาร ผู้มีอำนาจสั่งให้งดการแสดงนั้นได้คือ
1.นายอำเภอ
2.ผู้ใหญ่บ้าน
3.กำนัน
4.สารวัตรกำนัน
9.กรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต่อใบอนุญาตให้ผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการ ผู้ขออนุญาตตั้งสถานบริการสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ต่อผู้ใด
1.ผู้ว่าราชการจังหวัด
2.ปลัดกระทรวงมหาดไทย
3.นายอำเภอ
4.ผู้กำกับการในพื้นที่รับผิดชอบ
10.ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509
1.ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
2.ปลัดกระทรวงมหาดไทย
3.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
4 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s